BYD ปิดดีลซื้อที่ดิน 600 ไร่ ในนิคมฯ ระยอง

BYD

BYD ปิดดีลซื้อที่ดิน 600 ไร่ ในนิคมฯ ระยองของ WHA สร้างโรงงาน EV แห่งแรกในอาเซียน

หลังก่อนหน้านี้ BYD ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่มียอดขายแซง Tesla ได้ประกาศเข้ามารุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัวบริษัทที่เป็นตัวแทนขายอย่างเป็นทางการ

แต่ดูเหมือนว่าการให้ความสำคัญของกับตลาดประเทศไทยของ BYD จะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะล่าสุด BYD ประกาศลงทุนในไทย ด้วยการเซ็นสัญญาซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ของ WHA Group จำนวน 600 ไร่

ซึ่ง BYD บอกว่า ที่ดินดังกล่าวจะเป็นที่สร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของบริษัท โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2567 ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าจำนวน 150,000 คันต่อปี เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนและยุโรป

โดยการลงทุนครั้งนี้ บริษัท  บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ซึ่งบีโอไอได้อนุมัติการลงทุนเป็นมูลค่า 17,891 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน

โรงงานEV

ทั้งนี้ นี่ถือเป็นการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ EV แห่งแรกในอาเซียนของ BYD และถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีของ WHA ด้วย

‘จรีพร จารุกรสกุล’ ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจและเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของ WHA Group รวมทั้งยังเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทยด้วย

“เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับ BYD เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งเป็นนิคมฯ แห่งที่ 11 ของเราในประเทศไทย นิคมฯ แห่งนี้ เพียบพร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส มีโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม และทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์

“ทำให้เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ BYD ในการขยายธุรกิจ และยกระดับความเป็นองค์กรข้ามชาติของบริษัท เชื่อว่าส่งเสริมให้ BYD บรรลุความสำเร็จ 1.5 แสนคันตามเป้าหมายได้”

“การซื้อที่ดินอันเป็นยุทธศาสตร์นี้ ยังเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของไทย ที่ยังดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่จากจีนและประเทศอื่นๆ WHA Group มีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการก้าวสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโต รวมถึงชื่อเสียงในด้านวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และนวัตกรรมของประเทศไทย” คุณจรีพร กล่าวเสริม

มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในต่างประเทศครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขยายบริษัทของเราอย่างแท้จริง

“หลังจากที่ได้ทำการค้นหาและคัดเลือกอย่างละเอียด ประเทศไทยและนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ได้กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากทำเลที่ตั้ง และชื่อเสียงของบริษัทในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค

“โครงการอีอีซีและนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง

“นอกจากนั้นแล้ว WHA Group ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของบีวายดี และเราหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ระยะยาวอันดีร่วมกับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ต่อไปในอนาคต”

มร. หลิว เสวียเลี่ยง กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนของ BYD ในไทยไม่ได้มาเพื่อสร้างแบรนด์หรือทำการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่การลงทุนในด้านการผลิตยังช่วยส่งเสริมซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เติบโตขึ้นนั่นเอง

ส่วนในเรื่องสถานีชาร์จเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ระบุว่าได้มีการพูดคุยกับหลายภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องสถานีชาร์จแล้ว

สำหรับนิคมฯ ดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 เป็นนิคมฯ แห่งใหม่ล่าสุดของ WHA Group ในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 1,281 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 36 และ 3375 ใน จ.ระยอง และห่างจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด 25 กม. ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง 31 กม. และสนามบินอู่ตะเภา 23 กม.

โดยมาพร้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล่าสุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง การรักษาความปลอดภัย การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย

นอกจากนี้เชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของ WHA (Unified Operation Center หรือ UOC) ที่สำนักงานใหญ่ ดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ ย่านบางนา เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ของ WHA ในประเทศไทย

ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถตรวจสอบสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ อาทิ คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำและน้ำเสียที่มีในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนระดับน้ำฝน การจัดการจราจร และความปลอดภัย ได้แบบเรียลไทม์

ขณะที่ BYD ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2538 ในประเทศจีน โดยเมื่อเดือน เม.ย. 2565 บริษัทฯ ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนแล้ว และจะเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แทน

และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา BYD ได้แต่งตั้งบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rêver Automotive Company Limited) ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายของ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และตั้งเป้ายอดขายปีแรกกว่า 10,000 คัน โดยบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติไทย ที่ก่อตั้งโดยทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มสยามกลการ

ส่วนในด้านโรงงานผลิต ปัจจุบัน BYD มีฐานการผลิตหลายแห่งในประเทศจีน เช่น เซินเจิ้น ซีอาน เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฉางซา หนิงโป ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานการผลิตในต่างประเทศอีก 6 แห่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น ฮังการี และอินเดีย

ทั้งนี้ ข้อตกลงการซื้อขายที่ดินระหว่าง WHA Group และบริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) ถือเป็นก้าวสำคัญของการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย

โดยปัจจุบัน บีโอไอได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 26 โครงการจาก 17 บริษัท คิดเป็นยอดกำลังการผลิตรถไฟฟ้า 830,000 คัน

และคาดการณ์ว่าภายในต้นปี 2566 ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน และภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือ 700,000 คันต่อปี